manrich님의 프로필when aman in loved사진블로그리스트기타 도구 도움말

ming manrich

직업
지역
관심 분야
LovE is VerB
and My love is forever. Everyone was born to designed their own lives

img54/8059/snowgm8.gif

when aman in loved

รักนะ รักนะจ๊ะ
img221/8757/pearintherainbi7.gif
7월 16일

-*-

 
8월 11일

Feel So Bad!!

 img138/7987/treeiz6.jpg 

  วันนี้คิดถึงน้องแพร์ขึ้นมาตอนดึกนะ  คงเปนเพราะว่ามีเรื่องที่ทำให้เสียใจ  แล้วเลยพาลไปคิดถึงแพร์...      ทำให้รู้สึกชัดเจนเลยว่าการที่คนที่เรารักไม่ได้รักเรา แต่ก้อยังคุยกันสนิทสนมกันได้           มันต่างจากการที่คนที่เรารัก  ไม่อยากแม้แต่จะคุยกับเรา....  

              การที่เราเฝ้ารอใครซักคนด้วยความอยากเจอ  อยากคุย     แล้วกลับมารับรู้ว่าคนที่เฝ้ารอเค้าไม่อยากเจอเราซะเลย  มันเสียใจมากกว่าการที่เค้าไม่รักเราซะอีก   ความรัก เปนเรื่องของความรู้สึก  เปนสิ่งที่บังคับไม่ได้  การที่จะไปรักใครซักคน  หรือการที่ต้องเสียใจเพราะใครซักคน  เราห้ามมันไม่ได้  ห้ามตัวเองไม่ให้รักไม่ได้  และก้อบอกตัวเองว่า ไม่นะไม่เจ็บ มันก้อไม่ได้     การที่เคยรักแพร์มากมาย  แต่สุดท้ายก้อต้องยอมรับกับความเปนจริง ว่าเราไม่ได้เปนคนๆนั้น....  เสียใจ    แต่ที่เจอตอนนี้มันแย่กว่าซะอีก   อย่างน้อยแพร์ก้อยิ้มให้ แพร์คุยสนุกสนานกันได้       แม้ว่าจะเป็นเพี่ยงพี่ชาย   เจ็บ แต่ไม่เท่ากับการที่ ต้องมาเสียใจ ที่ต้องมารับรู้ว่า เราเปนบุคคลที่น่ารำคาญสำหรับเค้า   เคยคิดนะว่าถ้าวันนึงมารู้ว่าแพร์เบื่อที่เจอหน้าพี่ แต่ก้อแกล้งคุยไปงั้น วันนั้นจะรุสึกยังไง    มันคงคลายๆตอนนี้ละมั้ง...  

         เลยคิดไปถึงน้องแพร์  ถึงแม้ว่าพี่จะไม่ได้เปนคนๆนั้น แต่พี่ก้อได้รับความรู้สึกดีๆหลายๆอย่างจากแพร์นะ  คิดถึงแพร์มากๆด้วย  แต่ทางเดียวที่จะทำให้พี่หยุดรักแพร์ได้  ก้อคือการที่พี่หลีกเลี่ยงที่จะพบเราน่ะนะ   ขอบคุณมากที่ไม่เคยคิดจะเกลียดพี่ชายคนนี้คับ

     ตอนนี้เซงมากเลย     ช่วยไม่ได้นี่นะ  เกิดมาเปนคนไม่เจียมตัวซะนี่  ยังไงซะก้อ...

                     เจียมตัวซะมั่งเหอะมรึงงงง

7월 21일

oop!! I did it again!!

  ตั้งใจจะอัพสเปสในวันเกิดตะเอง  แต่ดันเลยวันเกิดมาวันนึง(ตอนแรกนึกว่าแค่ชมแต่มึน -*- ดีว่ามีคนมาทัก) แบบปีที่แล้วเลย เฮ้อ...กรูหนอกรู
แต่ปีนี้ดีกว่าปีก่อนหน่อยนึง ตรงที่มีคนจำวันเกิดได้สองคน!!!!! แล้วมีโทรมาอวยพรอีกหนึ่งคน คือน้องแพทที่แสนน่ารัก(เพราะโทรมาแฮปปี้เบิทเดย์)  และเพื่อนยุ้ยสุดรัก ที่โทรมาไม่ได้(เพราะอยู่เมกา) แต่ก้อยังฝากข้อความทิ้งไว้ให้ ซึ้งเลยเลยถึงจะสั้น แต่ก้อดีกว่าไม่มีใครสนใจ  และอีกเรื่องที่ดีกว่าปีก่อนคือเคยคิดอยากให้ใครคนนึงเดินถือเค้กวันเกิดตัวเองมาให้เราเป่า เราคงจะมีความสุข  แล้วมันเกิดขึ้นจิงๆ ไม่ว่าจะด้วยอะไร แต่ในตอนนั้นมีความสุขมาก เพราะนี่เปนครั้งแรกในชีวิตที่มีใครทำเรื่องแบบนี้ให้ปกติเราจะปล่อยให้มันผ่านไปเปนวันทำมะดาทุกปีๆ แต่ปีนี้เรามีน้องๆที่ทำให้มันเปลื่ยนไป แม้เค้าจะไม่ได้เตรียมล่วงหน้า แต่เมื่อเค้ารู้เค้าก้อไม่ได้นิ่งเฉย ทำให้เราได้รับความรู้สึกดีๆที่เคยแอบอิจฉาเวลาคนอื่นเค้าได้รับ ว่ามันรุสึกยังไง การที่มีใครใส่ใจกับเรา เพียงน้อยนิดก้อยังดี 
  วันนี้ไม่ได้บ่นเรื่องรักๆให้ฟังแต่เล่าเรื่องราวให้ฟัง เพราะความรุสึกดีๆที่เพิ่งได้เคยรับมันอยากบอกใครๆให้ได้ฟังว่า ขอบคุณมากๆคร๊าบ.....
5월 23일

Please comeback home T-T

     ไม่ได้อัพสเปสมานานมากแล้ว แต่วันนี้ไม่ได้เลยต้องมาระบาย วันนี้ไปประสบกับเหตุกาณ์บางอย่างมา เปนเรื่องที่ทำให้เซงอย่างมากกก ใครเคยเจอกับตัวคงไม่ต้องบอกเพราะเข้าใจอยู่แล้ว แต่เราเองครั้งนี้เปนครั้งแรกในชีวิตที่เจอเรื่องแบบนี้
      นั่นคือ เป๋าตังหาย หายบนรถตู้... ลงจากรถปุบคลำเป๋าเกงไม่มี!! ทันใดนั้นวิ่งตามรถตู้อย่างเรวมาก แต่เรวสู้รถไม่ได้หรอกแต่วิ่งไปก่อน เพราะมันต้องติดไฟแดงแน่ๆ แยกลาดพร้าว หน้าเซนทรัลลาดพร้าว นั่งรถผ่านเปนสิบๆปีไม่เคยเทคเดียวผ่าน เชื่อมั้ยรถตู้เปลี่ยนเลนจากซ้ายสุดไปขวาสุดหน้าเซนทรัลลาด ภายในพริบตา แถมรถมันยังวิ่งไหลๆๆๆลื่นๆๆๆจนเทคเดียวผ่านพ้นแยกเฉย แมร่งเอ้ยมาไรวันนี้ฟร่ะ วิ่งตามรถไปยันหน้าธนาคารทหารไทยใกล้ถานีไฟฟ้าหมอชิต รุตัวว่าไม่ทันแน่ๆ เลยโบกแทกซี่ตามเพราะมอไซด์มันไม่จอดซักคัน มันนึกว่าเราไปวิ่งราวใครมามั้ง เพราะวิ่งอย่างโจร หน้าเซนทรัล ชาวบ้านคงคิดว่าไปหนีไรมาแน่ๆ แต่ชั่งมัน ไม่สนกะลังโมโหตัวเองมากๆๆ แทกซี่ตามไปทันที่ก่อนสะพานฟายนิดเดียว ขึ้นรถตู้เลยทันทีแต่ว่า ไม่มีหรอก เพราะคนอีนังคนเกบมันรีบหนีลงไปแล้วแถวสวนเจเจมั้ง กลับมาจ่ายตังค่าแท็กซี่ยังดีมีติดตัว80 เพราะลงจากรถตู้จ่ายแบงค์100ทอน80กำอยู่ในมือ จ่ายแทกซี่ไป40เหลือ40 เซงมากกกกกๆ                  เซงๆๆๆๆๆ                  โว้ย!!
    ไม่รุจะทำไรดี อยากจะนอนมันตรงนั้นเลย ฉุนๆๆเสียดายๆๆๆของข้างในนั้นเว้ยๆ  เซงไปเดินไป จากสะพานควายไปเซนทรัลลาด เผื่อฟลุกแต่ก้อแค่นั้นแหละโชคไม่ดีแต่แรกแล้วนี่ จะมาหวังไรแบบนั้น เดินไปเซงมากเลยฟังเพลง ใครรุจักเราคงรุว่าเราจะฟังเพลงตลอด  ฟังจากหน้าสวนไปถึงเซนทรัลก้อใจเยนลงมากเลยมาทบทวนว่าเราสูญเสียอะไรไปบ้าง
    800บาทไทย                                                               เสียดายแต่ก้อพอทน แค่ไม่ได้ใช้มัน
    1ดอลล่าหะรัด                                                             พอทนๆ
    บัตรเติมเงิน50บาทที่เกบไว้ตอนฉุกเฉิน                        พอทนๆ
    cardphoneของญี่ปุ่นสีขาวๆ                                         เสียดายมากเพราะพกติดตัวมา13ปีแล้วกลายเปนเครื่องราง
                                                                                       ประจำตัวไปแล้ว
     บัตรเมมเบอของjaspal   ที่เอาไว้เปิดตูห้อง                  ชั่งมันแต่ด้านหลังจดเบอสมุดเงินฝากไว้
     กระเป๋าตังchaps                                                          น้องซื้อให้วันเกิด
     บัตรประชาชน                                                             เอาน่าแค่ทำใหม่
     บัตรนศ.                                                                     ไปเซงกะทะเบียนนิดหน่อยก้อได้แล้วน่า
     รูปตัวเอง                                                                    ชั่งมันๆ
     รูปตัวเองตอนเดกๆ                                                     เสียดายเพราะยิ่งแก่ยิ่งขี้เหล่เคยดูดีแค่ตอนประถม
     รูปแพร์ที่ดีที่สุดที่เคยเหนมา                                        ....เสียดายมาก...
     รูปถ่ายคู่กับแพร์ตอนกีฬาสี                                          เสียดายมาก...
     รูปแพร์สมัยมอสองเสื้อฟ้ากระโปรงสีขาวมีแว่นคาดหัวสีดำ         เสียดาย...
     รูปแพร์+น้องส้ม+น้องไผ่                                                   .เสียดาย...
     ตั๋วหนังเรื่อง the island                                                  เสียดาย มากกกกกกกกกกก ฮือๆ เพราะไปดูกะแพร์สองคน
  คนส่วนมากมักจะมีของรักอยู่ในกระเป๋าตังกันแทบทุกคน มันจึงเปนเหตุให้คนทำเป๋าตังหายมีความรุสึกคล้ายๆกัน
ของรักไม่ใช่ของที่ดีที่สุดแต่เปนของที่เราผูกพันธ์ที่สุด          ความผูกพันเกิดจากเวลาที่ผ่านพ้นมาพร้อมกับเรื่องราว
ของที่รักมักจะมีเรื่องราวความเปนมาความประทับใจอยู่ในนั้น
   คนรักอาจจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุดแต่อาจเปนคนที่ผูกพันที่สุด       คนที่ผูกพันที่สุดเกิดจากการที่ผ่านพ้นเรื่องราวมากมายมาด้วยกัน            คนที่รักกันก้อมักจะมีความประทับใจในบางอย่างอยู่ในตัวคนๆนั้น   แต่ความผูกพันก้อไม่ได้กลายมาเปนความรักเสมอไปนะ 
   โยงมาเรื่องนี้จนได้เนาะ-*-
ปล.
  มีข้อแนะนำมาให้หลังจากที่เจอกับตัว ถ้าเราโมโห หรือเซงมากๆ คนเราต้องหาทางทำให้มันหายไป มีวิธีแนะนำสองอย่าง
  1. ระบายออกด้วยการใช้กำลัง แนะนำให้ไปวิ่ง วิ่งๆๆแบบหลับหูหลับตาเอาเปนเอาตาย ไม่ต้องนานหรอกแค่วูบเดียวแบบเตมที่ก้อพอ กัดฟันวิ่งแบบสุดกำลังจนกว่าไม่ไหว  ถ้ายังไม่หายให้วิ่งไปอีกวิ่งๆๆๆ จนดีขึ้น
  2. ฟังเพลงที่ชอบมากๆ  เพลงที่ชอบๆมากๆเปนยังไง มันคือเพลงที่พอเราได้ยินจะหยุดนิดนึงถ้ากำลังเดินอยู่เปนแบบที่จิตใต้สำนึกมันชอบ พอจิตใต้สำนึกชอบมันจะสนใจเพลงจนทำให้เราเยนลงได้
   วันนี้ได้ทั้งสองอย่างมาช่วยแล้วทำให้ใจเยนลงอย่างรวดเรว ตอนขึ้นรถเมล์กลับมาห้องเพลงที่ขึ้นมาตอนอยู่บนรถ เปนเพลง Where you go เป๋าตังหาย รถติดชิบ คนเยอะเตมรถ แต่อารมณ์เรายังดีได้ ด้วยเพลงที่มีติดตัว
   Where'd you go?
I miss you so
Seems like its been forever that you've been gone
Please Come back home
กลับมาเถอะเป๋าตังจ๋า   Please Come back home
2월 15일

อยากให้โลกนี้ไม่มีเมื่อวาน

                     ก้อแค่นั้นแหละ เพราะมันดันวนเวียนอยู่ในหัวเนี่ย ถ้าไม่มีตอนนี้คงมีความสุขดีมั้ง

2월 14일

My oh My

                  ฮะๆ เป็นอย่างที่คิด  วาเลนไทน์ ที่มีแต่นําตา  กับดอกไม้ที่กำลังจะเหี่ยวเพราะไม่เจอเจ้าของ
ไม่มีเงาของคนที่เฝ้ารอ  ไม่มีโอกาส ไม่มีความหวัง   เตรียมใจว่าคงต้องเจอเรื่องแย่ๆ แต่เรื่องที่เจอมันแย่กว่าที่คิดอีก  "การไม่เจออะไรเลย" ไม่ได้เตรียมใจมาเจอแบบนี้น่ะนะ
เฮอะ ดักดานชะมัด
 

2월 13일

TomoRrow I'll cry...

                       วันนี้ไปเดินปากคลองตลาดมา ไปดูดอกไม้ ไปให้เค้าวันพรุ่งนี้  แต่ไปดูก่อนตีห้าค่อยไปซื้ออีกที  เดินไปช้าๆท่ามกลางดอกไม้เยอะแยะ และด้วยนิสัยที่ติดเพลงก้อเลยฟังเพลงไปเดินดูดอกไม้ไป  เพลงในเอมพีสามชุดนี้เปนเพลงช้าค่อนข้างเศร้าซะมาก เลยเดินดูดอกไม้ได้อารมณ์ไปอีกแบบ อ้อไปคนเดียวนะ เดินไปดูดอกไม้ไป ฟังเพลงไป มีความสุขเล็กๆ แต่ก้อมี ความหนักใจแฝงเร้นอยู่ข้างในลึกๆ ว่าพรุ่งนี้เราจะต้องเสียใจจากดอกไม้ที่หาซื้อวันนี้น่ะแหละ ไม่ได้โทษดอกไม้หรอกนะ มันออกจะทำหน้าที่ได้ดี วันนี้ไปดูมาสวยเลยล่ะ ดอกลิลลี่สีขาว  ความรักที่บริสุทธิ์ ไม่เคยหวังอะไรตอบแทน       เฮอะความหมายมันออกจะดีเกินไปละมั้ง  แต่คืนนี้จะทำใจให้รับทุกสถานการณ์ที่จะเจอในวันพรุ่งนี้ให้ได้ พรุ่งนี้ไม่ใช่วันทำดานะ เปนวันวาเลนไทน์ วันที่ทำให้ใครๆมีความสุขเพราะรัก และวันที่ทำให้อีกหลายคนต้องเหงา และมีคนอีกมากที่จะต้องเสียใจในวันวันพรุ่งนี้ นี่ละนะ โลกเรามีหลายด้าน แต่เรามาอยู่ด้านนี้ก้อต้องทำใจละนะ  จะเสียนําตาหรือป่าวไม่รู้แต่พรุ่งนี้จะต้องเปนวันที่เราคงจะจำไปนานเลยล่ะ 
                                                            ขอให้ทุกคนที่มาอ่านภายในคืนนี้มีความสุขในวันพรุ่งนี้นะ

2월 9일

Once in A LifEtimE...

        - ครั้งนึง  เคยดีใจที่วันนั้นไปแล้วได้พบ ได้พูดคุยกับเธอ...
- หลายครั้ง  ต้องคอตกที่พบเธอพูดคุยอยู่กับใครๆด้วยท่าทางสนิทสนม


  - ครั้งนึง  เคยนั่งแท็กซี่ไปหาเธอด้วยความอยากเจอหน้าเธอไวๆ...
- หลายครั้ง  ต้องนั่งแท็กซี่กลับมาเพราะใจอ่อนล้าเกินกว่าที่จะเจอหน้าใครๆบนรถประจำทาง


     - ครั้งนึง  แสนจะสุขใจเรานัดกันไปดูหนังกันสองคน...
- หลายครั้ง  ต้องผิดหวังเพราะรู้ว่านัดเราเลื่อนไป


     - ครั้งนึง  เคยคิดจะบอกเธอถึงความรู้สึกที่มีข้างใน...
- หลายครั้ง  ต้องคอยบอกตัวเองว่าอย่าพูดไปถ้าอะไรๆมันดีอยู่แล้ว


     - ครั้งนึง  เคยคิดว่าสิ่งที่ฝันมันอาจจะเป็นไปได้...
- หลายครั้ง  ไม่อยากจะรับความจริงว่าสสิ่งที่ฝันไม่มีทางเป็นจริง


     - ครั้งนึง  เคยบอกตัวเองว่าพอแล้ว มันเหนื่อยแล้ว...
- หลายครั้ง  บอกกับตัวเองว่ายังพอทน


     - ครั้งนึง  ใช้ความพยายามเพื่อให้ตัวเองได้เป็นคนที่อยู่ใกล้...
- หลายครั้ง  ท้อใจจนอยากจากไปให้ไกล


     - ครั้งนึง  เคยเป็นคนที่เดินเคียงข้างเธอ...
- หลายครั้ง  ได้แต่เห็นเธอเดินเคียงข้างใคร


     - ครั้งนึง เคยคิดถึงแต่ตัวเอง...
- หลายครั้ง  คิดถึงเธอตลอดเวลา


     - ครั้งนึง  เคยคิดว่าเราน่าจะเป็นคู่กัน...
- หลายครั้ง  รู้ว่าตัวเองไม่คู่ควร


     - ครั้งนึง  เคยคิดทิ้งลมหายใจของตัวเอง...
- แต่ทุกครั้งที่หายใจ มีเธออยู่ในนั้น


     - แม้ว่าหลายครั้ง จะต้องเสียนํ้าตาจากหัวใจมากมายเพียงใด


       - แต่ขอได้มั้ยสักครั้งนึง ที่ได้คู่กับเธอ


          แล้วผมจะยอม แม้ต้องเจอกับเรื่องร้ายๆไปจนตายก็ชั่งมัน

1월 14일

On tHe (SaMe) waY (chapter4)

        ใครบางคนกำลังวิ่งไปบนเส้นทางแห่งรักที่แสนจะยาวไกล     จุดหมายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของปลายทาง   แต่หากเป็นผู้ที่วิ่งอยู่เบื้องหน้าซึ่งอยู่ไกลแสนไกลและแสนจะเหน็ดเหนื่อย   บางคนอาจมองไม่เห็นแม้แต่เงาของเค้าคนนั้น   แต่บางคนก็วิ่งมาทันผู้ที่เค้าวิ่งตาม    แต่...เราไม่รู้หรอกว่าคนที่วิ่งมาทันนั้นใช่ "ใครคนนั้น" หรือเปล่าแต่เมื่อวิ่งมาจนทันแล้วเค้าก้อจะได้ หยุดพัก เพื่อทำความเข้าใจ  ถ้าใช่  ก็สบายไป แต่ถ้าไม่...  การบอกเลิกก็คงไม่ต่างจากการถูกผลักล้มลงทั้งๆที่วิ่งมาอย่างอ่อนล้าและกลายเป็นแค่ทางผ่าน  แล้วก็เริ่มวิ่งต่อเพื่อจุดหมายต่อไปบนเส้นทางที่แสนจะยาวไกล ผู้ที่ถูกผลักล้มลงก็คงต้องพยายามลุกขึ้นเพื่อวิ่งต่อแม้จะลำบากและยัง "เจ็บ" อยู่ก็ตาม
                สำหรับบางคนแล้วความ "มุ่งมั่น" ที่จะ "ค้นหา" ทำให้เค้าสนใจในเบื้องหน้าโดยลืมคิดไปว่าบนเส้นทางที่กำลังวิ่ง มีทั้ง  "ข้างหน้า" และ "ข้างหลัง"หรือแม้แต่ข้างๆ  แต่เค้าไม่ได้ฉุดคิด  หากเพียงแค่เค้าหันกลับไปมองอาจจะพบ "ใครบางคน" ที่คอยวิ่งตามเค้ามาตลอด  ตั้งแต่จุดเริ่มต้น    เค้าไม่ได้ส่งเสียงให้เธอรู้ว่าเค้าตามอยู่เพราะกลัวเธอเสียสมาธิจากเบื้องหน้า   เค้าไม่ได้คิดจะวิ่งแซงเพื่อให้เธอมองเห็นแม้ว่าเค้าจะทำได้   เค้าเพียงแค่วิ่งตามอย่างตั้งใจอยู่ข้างหลัง  คอยเฝ้ามองแผ่นหลังของเธอที่กำลังตาม "ใครบางคน" อยู่  เค้าเพียงแค่อยากจะตามเธอไปเท่านั้น   เผื่อเวลาเธอล้มลง  เหนื่อย  ท้อ  เค้าอาจจะได้มีโอกาสคอยช่วยพยุง  เอาใจใส่ และให้กำลังใจเธอ  เพื่อให้เธอมีกำลังได้ออกวิ่งต่อไป   จนถึงวันที่เธอพบ "ใครคนนั้น"  และหยุดวิ่ง เค้าก็คงหยุดวิ่ง เพราะไม่มีจุดหมายที่จะวิ่งต่อ
หรือ...   จนถึงวันที่    เธอหยุดวิ่ง    แล้วหันกลับมา...เพื่อยืนรอ...แล้วพูดว่า   "หาตั้งนาน"
               แต่ในตอนนี้วันนั้นยังมาไม่ถึง   จุดหมายยังคงเป็นการ "วิ่งตามเธออยู่ห่างๆ แค่พอเห็นเธออยู่ในสายตาเราแม้ว่าเราจะไม่อยู่ในสายตาใครก็ตาม"

Just A loVe!!

 

 

 

 

 

 

 

 

"รัก"

ไม่ใช่    คําคืนที่อบอุ่น

ไม่ใช่    รักแรกพบ

ไม่ใช่    การเสียสละที่ยิ่งใหญ่

ไม่ใช่    ความสวยงามเช่นในฝัน

"รัก" เป็นแค่เพียง  "รัก"

-*-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

12월 11일

Blue & white (chapter3)

       img144/5813/bmvj2.jpg

 

   สีฟ้า  เป็นสีที่สดใสในตัวของมันเอง  หากมองดูดีๆ  คุณจะรู้สึกว่ามันมีหลายอารมณ์  บางครั้งอาจดูสดใส ร่าเริง มีอิสระ  แต่บางครั้งกลับรู้สึกเศร้าไปได้

        สำหรับสีฟ้าแล้ว มันมีความสวยงามในตัวเองเฉกเช่นทุกสี  สีฟ้า ไม่จำเป็นต้องพึ่งสีอื่นเพื่อให้มันดูดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน  มันก็สามารถเข้ากันได้ดีกับสีอื่นๆอีกหลายสี แต่ในเวลาที่มันอยู่เพียงลำพัง มันก็สามารถแสดงความเป็นตัวของตัวเอง และโดดเด่นได้โดยสีในตัวของมันเอง และพร้อมที่จะบอกเล่าเรื่องราวของสีฟ้าให้ทุกคนได้รับรู้ได้อย่างน่าภูมิใจ

        สีฟ้า ไม่จำป็นต้องพึ่งสีอื่นก็สามารถแสดงความสวยงามได้อยู่แล้ว  แต่บางเวลา"สีฟ้า" ก็ต้องการสีอื่นเพื่อมาเติมเต็มบางส่วนที่ขาดหายไปให้สมบูรณ์ และ  "สีขาว" ก็เป็นสีที่เข้ากันได้ดีกับสีฟ้า  ฟ้า-ขาว เป็นคู่สีที่ไม่แย่งความโดเด่นไปจากกันมาก เป็นความรู้สึกที่ไม่ขัดแย้งกัน และเข้ากันได้ดีมากจนน่าดีใจ  สีฟ้าเมื่อเพิ่มสีขาวลงไป ก็กลายเป็นสีฟ้าที่อ่อนโยนมากขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นสีฟ้าอยู่วันยังคํา ถึงแม้จะ "อ่อนลง" แต่สีฟ้าก็ไม่ได้ "เปลี่ยนสี" ไม่เหมือนกับเวลาที่ต้องไปผสมกับสีอื่น  เพราะฉะนั้น สำหรับสีฟ้าแล้ว  สีขาว เป็นเสมือนผู้ที่มาเติมเต็มส่วนที่ตัวมันเองต้องการ เปรียบสเมือน "คนรัก"

        แต่... นั่นเป็นความคิดของสีฟ้า เพียงลำพัง  ในมุมมองของสีขาว  "สีขาว" กลับสามารถเข้ากันได้ดีกับทุกสี  ในขณะที่ สีฟ้า คิดว่าสีฟ้าเข้ากับสีขาวมากที่สุด  แต่สีขาวไม่ได้คิดเช่นนั้น สีขาว คิดว่าสามารถผสมได้กับทุกสี ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกสีใด 

        "สีฟ้า" สีซึ่งมองว่าสีขาวเป็นสีที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเอง   รอคอย  เพียงแค่การตัดสินใจของสีที่ตัวเองเฝ้าคิดถึง

        "สีขาว" สีซึ่งเพียบพร้อมไปทุกด้าน สีซึ่งทุกสียอมเป็นตัวเลือก เพียงแค่ตัดสินใจ เลือกสีใดขึ้นมาสีหนึ่ง

        "สีฟ้า" กับผู้ชายหนึ่งคนที่รักผู้หญิงคนนึงหมดใจที่มี ทุ่มเททุกอย่าง และทำได้เพียงแค่รอ คนที่ตนรักหันมามอบความรักให้  เฝ้ารอ...อย่างตั้งใจ   รัก...อย่างจริงใจ

        "สีขาว" กับผู้หญิงซึ่งเพียบพร้อมด้วยฐานะและรูปกาย  มีชีวิตที่สุขสบาย และมีผู้เฝ้ารอคอยเธอหลายคน เธอเพียงแค่เลือกผู้ที่โชคดีมา  เพื่อมอบความรักของเธอให้คนๆนั้น

                                 "เธอ" จะชอบ "สีฟ้า" มั้ยน้อ???

                                  นั่นเป็นความคิดของผมในตอนนี้

11월 20일

FeeL 100%

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่มีรัก ไม่มีสุข

มีรัก ใช่จะสุขเสมอไป

บางครั้งรักเกิดจากความเชื่อใจ

บางครั้งรักเกิดจากการให้เกิยรติ

บางครั้งรักเกิดจามิตรภาพของเราสอง

ผมยอม...

แม้ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์

แต่ขอเป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องเริ่มจากศูนย์ใหม่

และคะแนนเต็ม100ชั่วนิรันด์

-*-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

11월 1일

ThiS LoVe... ( chapter2)

                     ความจริงก้อคือ ในขณะที่เราคิดถึงคนๆนึงตลอดเวลา  เค้าคนนั้น  ก็อาจจะคิดถึงคนอื่นอยู่ก็ได้  และบางครั้ง  ก็อาจมีคนคิดถึงเราโดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน  บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียวมันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงว่า...สิ่งที่เราคิดทั้งหมดมันคือ"ความฝันของเราเพียงคนเดียว"  ฉะนั้นไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่  เลือกที่จะจมกับ "ความฝัน" มากกว่าการได้รับรู้ "ความจริง"  การไม่ได้เปนที่1ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องเศร้า เราอาจจะเปนที่2 ซึ่งมันยังดีกว่าการเปนที่3 ที่4 และหากว่าเราเปนที่10ในใจเค้า ก็ขอให้คิดไว้ว่า  ดีกว่าไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย  มันอาจจะต้องมีนําตาบ้าง ในการยอมรับความจริงที่ว่า "เราไม่ใช่ที่1"  แต่โปรดจำไว้เถิดว่า หากหัวใจคุณ ยังไม่ได้ร้องไห้ออกมาดังๆ พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า "ชั้นเหนื่อยเหลือเกินโปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ฉันจะอ่อนล้ามากไปกว่านี้" ก้อจงชอบต่อไปเถอะ
            การรักใครซักคน  ไม่ต้องการความพยายาม  การตัดใจต่างหาก  ที่ต้องใช้ความพยายามอย่าง "มากมาย" ลองชั่งนําหนักใจเราดู  ว่าความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า อันไหนมันหนักหนากว่ากัน  อย่าโทษตัวเองที่เจอเค้าสายเกินไป 
             อย่าโทษที่เค้าไม่มีใจให้  อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน  แต่จงยิ้มให้กับตัวเองที่อย่างน้อยถึงจะพบเค้าคนนั้น "สายเกินไป" แต่ก็ยังได้พบ...ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ให้ใจเรามา แต่ก็ยังทำให้เรารู้จักกัน  คุณควรจะดีใจด้วยซํา  ที่ครั้งหนึ่ง คุณได้เจอคนที่คุณอยากจะเกบรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว  คนทีคุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง  คนที่ทำให้คุณหัวเราะและร้องไห้ได้อย่างมากมาย  คนที่แค่ยิ้มของเค้า ก็เปลี่ยนวันที่หมองหม่นให้กลายเปนวันที่สดใส  เท่านี้มันก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ?  แค่การได้เห็นคนที่เรารัก ได้หัวเราะอยู่กับใครซักคนที่ "เค้ารักมากที่สุด"  นั่นแหละคือ  ความสุขของการได้รักใครซักคน...
                 ...อย่างจริงใจ...

10월 26일

ThE MaN THaT BoY coUld bE !!!

                              เคยคิดมั่งมั้ยว่า"เราไม่ดีพอ"สำหรับใครบางคน... เคยมั้ยคิดจากเค้าไปเพียงเพราะรู้สึกว่า"ตัวเองไม่คู่ควร"  
ผมไม่คิดจากเค้าไปหรอกคิดเพียงแค่เราไม่ดีพอสำหรับเค้า   สิ่งที่ตามมาคือการ "ออกห่าง" เพื่อไปทำตัวให้คู่ควรแล้วค่อยกลับมาในเวลาที่ดูดี  ..มันจะดีมั้ย   ไม่เลย มันเปนการตัดสินใจที่ผิดอย่างมากหากใครปรึกษาผม มันไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องเลย  เพราะคุณไม่มีวันรู้หรอกว่า"นานแค่ไหน"เราถึงจะดีพอและคู่ควร  ช่วงเวลาระหว่างนั้นคุณอาจเสียเค้าไปเพียงเพราะเค้าไม่เข้าใจคิดว่าคุณ เลิกสนใจเค้าแล้ว  แล้วเราจะทำยังไงล่ะถ้าความคิดที่ว่า เราไม่ดีพอมันยังอยู่และ ในใจยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อเค้า และคุณไม่อยากจากไปเพื่อรอเวลาที่จะกลับมาพร้อมเปนคนใหม่ที่ดีพอ  ผมควรจะทำยังไง... 
   วันนี้ ผมรู้ตัวเองแล้วว่าควรทำยังไง  หลังจากที่"โง่"มาหลายปี เสียใจมาตลอดกับสิ่งที่ต้องเจอและเสียใจที่สุดเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่อยู่ข้างเค้าเวลาที่"เค้าเสียใจ" ไม่ได้คอยปลอบเค้าเวลาที่เค้าเหนื่อยหรือท้อแท้ เพียงเพราะเรามัวแต่"ทำตัวเองให้ดีพอ"   คำตอบง่ายๆที่ต้องแลกกับเวลาที่ยาวนาน...  ตอนนี้ เราก้อแค่  รักเค้าให้มากๆ อยู่ใกล้ๆไม่ให้เค้ารู้สึกว่าเราไม่อยู่ โทรศัพท์คุยกัน ไปพบเธอเพื่อสบตากันบ้าง ซื้อขนมฝากชวนดูหนัง นั่งทานข้าว แสดงออกว่าคุณรักและห่วงเค้าแค่ไหน เพราะถ้าเค้าไม่รับรู้ถึงสิ่งเหล่านั้น รักของคุณจะไม่มีความหมายเลย ทำความรักของคุณให้เปนความจริงซะก่อน  เรื่องที่ว่าเราไม่ดีพอน่ะ  ไม่ต้องไปสนใจ...
 จะสนทำไมล่ะ  ก้อในเมื่อ  ผมรู้ตัวอยู่แล้วว่าวันนึงข้างหน้า...ไม่ว่าจะวันไหน  แต่ต้องมีซักวันแน่ๆ ที่ผมจะเป็น  "ผู้ชายที่ดีพอสำหรับเธอ"  อยู่แล้วนี่นา
                               ปล. รอก่อนนะ แม้จะช้า แต่พี่จะเป็นได้แน่

9월 14일

LonELY aNd sAdLy ( chapter1)

 

img144/4237/sweetdreamny9.jpg

ถ้าให้เลือกระหว่าง "เหงา" กับ "เศร้า"  คุณเลือกอยู่กับอะไร??
ผมหมายถึงว่าถ้าคุณจำเปนต้องอยู่กับความเหงา ที่ไม่หายซะที  กับ ความเศร้าที่ไม่หายซะที  คุณจะเลือกอยู่กับอะไร     ผมถามไปงั้นแหละ  เผื่อว่าคุณจะตอบ  เพราะคนปกติเค้าคงไม่คิดจะเลือกกันหรอก ...-*-
    "เหงา" ก็คือการที่คุณรู้สึกไม่มีใครในขณะที่คุณต้องการใคร "ซักคน" มากๆ    แน่นอนมันมักจะถามหาคุณ  เวลาที่คุณต้องการใครซักคนมากๆ
    "เศร้า"  มันเปนอาการที่ตามมาหลังจากที่คุณต้อง "เสียใจ" ส่วนใหญ่มักจะมาจากการ "ผิดหวัง" หรือเกิดอะไรที่เราไม่ต้องการให้มันเปนเช่นนั้นอย่างแรง
    ความจริงที่น่าหลีกเลี่ยงอีกอย่างก็คือ เมื่อ "ความเหงา" กับ "ความเศร้า" มาผสมผสานกันแล้วล่ะก็...คุณคงไม่อยากพาลพบมันหรอก   แต๋....คุณหลบมันไม่ได้หรอก ถึงเวลา มันก็มาเคาะประตูห้องเยี่ยมเยียนคุณ  เปนครั้งเปนคราว  แย่มากหน่อยก็อาจจะมาพักบ้านคุณ อยู่กับคุณซักระยะ  เดี๋ยวเค้าก้อไป  เมื่อคุณรู้สึกเหงาหรือเศร้าแล้วล่ะก็  คุณแก้มันไม่ได้หรอกคับ  ทำได้ก็แค่รอเวลาพาเค้าไป
    ที่น่าสงสัยอีกอย่างก็คือ  ส่วนมากอาการเหงากับเศร้า เรามักรู้สาเหตุ  แต่ก้อทำอะไรมันไม่ได้อยู่ดี  คุณรู้ว่าคุณเหงาเพราะคุณต้องการ "ใคร" ไม่ใช่เพียงเพราะคุณ "ไม่มีใคร"
    แม้ว่าคุณจะอยู่ท่ามกลางรอยยิ้มที่สนุกสนานมากมาย  แต่หากแม้ว่า  ทุกรอยยิ้มไม่ได้มีไว้เพื่อคุณ  แม้คุณจะอยู่ในบรรดาฝูงชนในงานเลี้ยง  แต่หากแม้ว่า คุณไม่ได้รู้จักเค้าเลย  แม้คุณจะนั่งอยู่ในห้องกับเพื่อนๆ  แต่หากแม้ว่าเค้าไม่สามารถเข้าใจคุณได้  และถึงแม้  คุณจะกำลังพูดคุยอยู่กับใครเพียงลำพังสองคน  แต่คุณก้อยังจะเหงา  ถ้าเค้าไม่ใช่คนที่คุณต้องการในตอนนั้น
    คุณรู้ตัวว่าตอนนี้คุณเศ้ราเพราะอะไร  แต่ถ้าสิ่งที่ผ่านมา  คุณย้อนไปแก้มันได้คุณก็คงจะหายเศร้า  และบางครั้งแม้ว่าคุณรู้ว่าเพราะอะไร  แต่คุณก็ไม่สามารถแก้ไขมันได้เพราะมันไม่ได้เกิดจากตัวคุณ  แต่เกิดจากผู้อื่น  หลายครั้งที่ความเศร้าเกิดมาจากตัวเราเอง  เพียงแค่เราเปลี่ยนแปลงหรือยอมรับ ความเศร้าก็ย่อมจะหายไปได้  แต่น่าแปลกที่หลายคน เลือกจะจมอยู่กับมันมากกว่า
    แน่นอนที่คุณจะรู้สึกไม่ดี  หรือทรมานนิดหน่อย  ถ้ามีมันอยู่ด้วย  แต่ให้ตายสิคุณ  เชื่อมั้ยว่า ทั้งสองอย่างนี้  ฆ่าคุณไม่ได้  สำหรับบางคนแล้ว  เค้าต้อง "เหงา" หรือ "เศร้า" นับสิบปี  แต่เค้าก็ยังอยู่ได้  เค้าสามารถปิดบัง หลบซ่อนมันไว้  และกลายเปนคนธรรมดาที่มีความเหงาอยู่ใต้รอยยิ้ม และความเศร้าอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจ
     เมื่อความเหงากับความเศร้ามาพักอยู่กับคุณนานๆ  คุณก้อจะ "คุ้นเคย" และมันก็จะเปนเพียงแค่ รูมเมทที่แย่งรีโมทTVกัน  รำคาญนิดหน่อย  แต่เราก็อยู่กันได้  นานๆไปเราก็จะปรับตัวและรู้ว่า  เวลาเช่นนั้นเราควรทำเช่นไร  แต่ถึงแม้ว่าเราจะคุ้นเคย  และ"อยู่ได้" แต่ถ้ามีโอกาส เราก้อพร้อมจะเปลี่ยนรูมเมทเสมอล่ะเนอะ 
    เช่นเดียวกับอีกหลายๆคน หากเค้าเริ่มรู้สึกเพียงนิด ก็จะหาทางหนีมันไปให้ไกล บางคนตั้งใจไว้เลยว่าจะไม่เปนเช่นนั้นเด็ดขาด  เค้าก็เลยต้องคว้า "ใครบางคน" ที่ "ผ่านเข้ามา" ใน "ช่วงเวลานั้น" และวันหนึ่งก็ต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะเค้า"รีบคว้า" เพียงเพื่อที่เค้าจะมีรูมเมทก่อนที่เจ้าสองตัวนั่นจะมาเคาะประตู  ซึ่งถ้าคุณไม่กลัวมันเกินไป  อยู่ไปเรื่อยๆ ตามที่ชีวิตคุณต้องการจะเป็น  ไม่ต้องคอยมาเหนื่อยเพราะวิ่งหนี  หรือวิ่งตาม"ใครบางคน" ที่คุณคิดว่า"ใช่" หรือเหนื่อยที่จะต้องชะเง้อคอหันซ้ายหันขวา มองอยู่ตลอดเวลา เผื่อว่าจะ"เจอ" ใครซักคน  อยู่เฉยๆเหอะครับ  พักให้สบาย "เหงา" กับ "เศร้า" นานๆมันก็อาจจะมาเยี่ยมคุณที บางครั้งมาถี่ บางครั้งมานาน บางครั้งหายหน้า  แล้ววันนึง  คุณก็จะคิดว่า "ไอ้สองตัวนี้มานม่ายด้ายร้ายกาจอารัยมากมายนี่หว่า"  แล้วก้อยิ้มทั้งๆที่สองตัวนั่นยังอยู่ข้างๆ(ยิ้มจิงๆนา)  เมื่อวันนั้นมาถึงนะคุณจะรู้สึกตัวว่า"เราน่ะโตขึ้นอีกนิดแล้วนะ"
    ปล.   มีโอกาสก็อยู่กับคนที่คุณคิดว่า "ใช่" ไปเหอะ  ไม่ต้องไปอยากรู้จักมันมากนักหรอกไอ้เจ้าสองตัวนั้นน่ะ  มันอาจแย่มากสำหรับคุณก็ได้  แต่สองตัวนั่นน่ะ "เพื่อนผม"

9월 9일

สักวันนั้น...

 
         ต่อให้เข้มแข็งสักปานใด
คงจะมีซักวันที่ใจอ่อนล้า
บางคราวอาจสูญเสียนําตา
ท้อแท้เกินกว่าจะก้าวไป
          หากเธอไปถึงซึ่งจุดนั้น
ขอให้รู้ว่าฉันคอยอยู่ใกล้
คอยดูแลปลอบโยนเพราะห่วงใย
ซับนําตาและให้กำลังใจเทอ
img208/1412/amanzh7.jpg
8월 18일

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...

img86/6208/untitled1yi9.jpg

           ได้มีชายคนหนึ่ง ได้ขอร้องนางฟ้าองค์หนึ่ง ให้ไปดูหนังด้วยกันกับเค้า  นางฟ้ารับปาก ทั้งสองได้เดินทางไปยังโรงหนัง แต่ทว่า ด้วยเหตุที่ชายคนนั้น ไม่มีบุญมากพอ ฟ้าดินจึงบันดาลให้ โรงหนังทุกโรงเตม  ทั้งสองจึงมิได้ดูหนังด้วยกัน ชายคนนั้นได้พยายามชวนนางฟ้าองค์นั้นอยู่เรื่อย แต่ก้อเปนอันคลาดแคล้วไม่ได้ทุกครั้งไปด้วยเหตุสุดวิสัยต่างๆนาๆจนเวลาผ่านไปราว6ปีชายคนนั้นก้อยังพยายามอยู่จนฟ้าดินยอมให้ด้วยความสงสาร และแล้วชายคนนั้นก้อได้ดูหนังกับนางฟ้าสมใจ
   ฮ่าๆ  ฮาว่ะ ที่กล้าเขียนขนาดนี้เนี่ย เพราะกะว่าเจ้าตัวแกคงไม่ได้มาอ่านแหงๆ อิอิ แต่ถ้าอ่านก้อม่ายเปนไรหรอก  จะได้รู้ไว้เลยว่า...ที่บอกว่าชาตินี้คงตายตาไม่หลับน่ะเรื่องจริง
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การที่เราตั้งใจทำอะไรซักอย่างแล้ว จงพยายามทำให้ถึงที่สุด ถ้าร่างกายและหัวใจยังไม่เอ่ยคำว่า  "พอแล้วๆ ชั้นเหนื่อยเหลือเกินชั้นคงทนไม่ไหวแล้ว"  ก้อจงพยายามต่อไปอย่าไปมองด้านหน้าถ้ามองแล้วก้อยังไม่เหนจุดหมาย  อย่ามองกลับไปข้างหลังถ้ามองแล้วท้อว่ามาไกลขนาดไหนแล้ว แต่จงมองที่เท้าตัวเองว่ามันพังหรือยัง ยังเดินได้มั้ย  แต่อย่าไปคิดว่าซักวันมันจะเปนจริง แต่จงคิดว่าวันนี้ชั้นยังไม่ตายและชั้นยังเดินได้ และชั้นจะเดินต่อไป บนทางที่ชั้นมั่นใจแล้วว่าข้างหน้าคือจุดหมายที่ต้องการ...

7월 23일

ชิบหอยยยย

เวรๆ ว่าจะเขียนบล๊อกแรกวันที่ 19/7/2005
     ปรากดเขียนเสดวันที่ 20/7/2005 ตอน 12:00 สรุปเลยวันเกิดพอดี เวรกรูๆ  -*-
พลาดซะตั้งกะเริ่มเลย แมนริ๊ด แมนริด T-T

7월 20일

This is MY

 

       

 img152/150/bluerainingjy0.gif

ผ่านเข้ามาก้อเซนสมุดให้หน่อยละกันนะจาได้ชื่นจายๆ    

ตั้งใจไว้นานละว่าจะเริ่มเขียนบล๊อกวันนี้  เพราะว่าวันนี้เปนวันเกิด  วันที่ทำให้รุสึกแย่ทีสุดของทุกปี ไม่รุทำไม
แต่ไงๆก้อถือว่าเปนกาลที่ดีที่จะเริ่ม  ตั้งใจจะทำบล๊อกนี้ให้เปนบล๊อกเกี่ยวกับเรื่องราวความรัก และเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึก  เกือบจะมาไม่ทันเขียนในวันเกิดตัวเองแล้วเชียว  วันเกิดปีนี้เหมือนทุกปี  คือเปนวันทำมาดาวันนึงที่ทำให้เหงากว่าวันอื่นๆ -*- เฮ้อ  เดวคงหายแหละ หวังว่าคงไม่นานนะ

 
사진(1/22)